Sitemap สินค้า: http://www.ddgroupinter.com/shop/sitemap/product_xml_sitemap.php
สินค้าดี ถูกดี ต้องที่ .
เราคืออาณาจักร แห่งวงการ คนทำร้าน และศูนย์รวม
ชั้นวางสินค้า ตู้แช่ อุปกรณ์ ร้านค้า ครบวจร
พบกับการบริการของเรา ดีดี.อินเตอร์ ออกบริการวาง Lay Out
นอกสถานที่ฟรี!!!! ทั่วประเทศไทย
ที่นี่ เราเป็นโรงงาน ผู้ผลิตเอง ขายเอง
พบสินค้า ดีดี คุณภาพสูง ถูก!ขายถูก!แถม!แจก!ฟรี!
****ราคากล้าท้าพิสูจน์!****ถูกที่สุดในประเทศไทย
(ที่นี้แห่งเดียวเท่านั้น ที่สามารถตรวจสอบราคาก่อนซื้อได้ ไม่มีมกเม็ด)
บริการขนส่งพร้อม (ติดตั้งฟรี!) ทั่วประเทศ THAI
พร้อมทีมงานติดตั้งประกอบสินค้า
(ค่าขนส่งคิดตามระยะทาง 150กม.บริการส่งฟรี!)
โดยทีมงาน และผู้บริหารมืออาชีพ ประสบการณ์มากกว่า 12ปี
รับออกแบบจัดวาง LAY OUT ภายในร้านฟรี!
ตามหลัก ฮวงจุ้ยฟรี!
พร้อมให้บริการทั่วประเทศไทย
จึงมั่นใจได้จากโรงงานผู้ผลิต ที่ได้รับมาตรฐาน
คุณภาพ ISO 9001:2008 ACS
(โปรดระวัง!สินค้า ลอกเรียนแบบ และสินค้ามือสอง!
ที่ไม่ได้รับมาตรฐาน)
ระวัง!ร้านค้าที่แอบอ้าง ดีดี.อินเตอร์ มีที่โคราชที่เดียว
และแห่งเดียวเท่านั้น!
โทรหาเราก่อน ตัดสินใจซื้อสินค้า แล้วคุณ จะพบความจริงว่า
สินค้าของเรา ดีจริง!ถูกจริง!เราจึงกล้าท้าพิสูจน์เรื่องราคาว่าถูกจริง ดีจริง
ยินดีให้คำปรึกษาอย่างญาติมิตร
( เพราะเราคือผู้นำด้านนี้โดยตรง )
และเชิญพบกับโปรแกรม POS ค้าปลีก-ขายส่ง
ที่เรามีไว้รองรับกิจการของท่าน
(((โปรแกรม DD-POSบริหารจัดการ ซื้อมาขายไป)))
โปรแกรม DD-POSทั้ง 3เวอร์ชั่น ใช้ DATA BASE FIRE-BIRDเป็น Open-Source
ไม่ต้องกังวลเรื่องลิขสิทธิ์ ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ
โปรแกรมของเรายังสามารถออกแบบเอกสาร และพิมพ์บาร์โค๊ตได้โดยไม่ต้องซื้อ
ออฟชั่นเสริม และโปรแกรมรีโมทคอมพิวเตอร์ให้ดาว์นโหลดฟรี เชิญดาว์นโหลดไปใช้
งานฟรีได้แล้วครับ Teamviewer เป็นโปรแกรม เข้าที่คอมพิวเตอร์
ของลูกค้าเพื่อทำการปรับปรุงดูแลแก้ไข ให้ท่านได้ตามความต้องการ เพียงท่านติด
อินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนของประเทศไทย เราไม่มีคำว่าทิ้งลูกค้า
เพราะเราจะดูแลลูกค้าตลอดไป งานเรา และหน้าที่ของเราคือ
(((การบริการ ))))
การจัดเรียงสินค้า... ตามพฤติกรรมการซื้อของลูกค้า
เกษม พิพัฒน์เสรีธรรม[1]
ในระยะนี้การแข่งขันในวงการค้าปลีกดูจะดุเดือดมากเนื่องจากมีห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าขนาดใหญ่เปิดใหม่ติดๆ กันหลายห้างแต่ละแห่งก็ยิ่งใหญ่อลังการทั้งนั้น อย่าง สยามพารากอนที่รวมความยิ่งใหญ่ทั้งหลายไว้ ส่วนศูนย์การค้าเก่าก็ต้องปรับปรุงปรับโฉมเข้าแข่งขันเพื่อแย่งกำลังซื้อผู้บริโภคที่อยู่ในช่วงขาลงเนื่องจากภาวะ ราคาน้ำมัน ดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อยู่ในช่วงขาขึ้น
ผมเองชอบเดินตามห้างสรรพสินค้าเหล่านี้เหมือนกันโดยเฉพาะในส่วนของซุปเปอร์มาร์เก็ตเพราะชอบดูการจัดเรียงสินค้าในแผนกต่างๆ ที่เรียกกันทางการตลาดว่า “ Merchandising” ซึ่งต้องยอมรับว่าห้างใหญ่ๆ อย่าง สยามพารากอน เซ็นทรัลชิดลม หรือแม้แต่ Home Fresh Martของ The Malls ล้วนจัดได้หน้าตื่นตาตื่นใจและน่าซื้อเป็นอย่างยิ่ง
หลักการตลาดสมัยใหม่ที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลางของความคิด (Customer Centric) จะมีมุมมองของการทำกิจกรรมทางการตลาดจากภายนอกสู่ภายใน (Outside-in) คืออ่านความต้องการของลูกค้าเป้าหมายก่อนตอบสนอง ปัจจุบันมีการพูดถึง “Sensory Marketing“ ที่กระตุ้นประสาทสัมผัสทั้งห้า คือ รูป (Sight) รส (Taste) กลิ่น (Smell) เสียง (Sound) และสัมผัส (Touch) โดยพยายามเข้าใจกระบวนการรับรู้ของลูกค้าเป้าหมายผ่านประสาทการรับรู้ทั้งห้า แล้วนำมาใช้ในการวางแผนการตลาดตั้งแต่ การออกแบบผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการจัดเรียงสินค้าการสื่อสารกับลูกค้าเป้าหมาย นักการตลาดปรับวิธีการนี้ไปใช้ในการสร้างแบรนด์ อย่างที่บางคนเรียกว่า ” Brand Sense“ หรือ การสร้าง “ Brand DNA “ เช่น แมคโดนัลด์พบว่าการมองเห็นและ กลิ่นจะส่งผลต่อรสชาติของอาหาร เช่นถ้ากลิ่นหอมก็จะช่วยให้รู้สึกว่ารสชาติดีเป็นต้น หรือแม้แต่เสียงทักทายของพนักงานอย่างของร้าน 7-eleven หรือเสียงแตรของรถขายไอศกรีมวอลล์ ก็ช่วยสร้างแบรนด์หรือกระตุ้นความสนใจของลูกค้าเป้าหมายได้
ความอยากซื้อสินค้าของลูกค้าส่วนใหญ่เกิดจากการถูกกระตุ้นด้วยอารมณ์มากกว่าเหตุผลโดยเฉพาะในวงการค้าปลีกที่บรรยากาศและการบริการเป็นหัวใจของความสำเร็จ
จุดเริ่มต้นของการตอบสนองความต้องการของลูกค้าหรือการกระตุ้นให้ลูกค้าซื้อสินค้าคือการเข้าใจกระบวนการตัดสินใจซื้อของลูกค้า
โดยทั่วไปผู้บริโภคมีกระบวนการตัดสินใจซื้อดังนี้
ลูกค้าจะต้องมีปัญหา เช่น เจ็บป่วยต้องการซื้อยารักษาโรคหรือเกิดความต้องการสินค้าหรือบริการต่างๆ (อาจถูกกระตุ้นด้วยกิจกรรมทางการตลาดหรือเครื่องมือทางการตลาด เช่น รูปแบบผลิตภัณฑ์ ราคา การจัดเรียงสินค้า สถานที่ การส่งเสริมการขาย การโฆษณา ฯลฯ) แล้วลูกค้าก็ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการที่จะตอบสนองความต้องการนั้น เมื่อได้ข้อมูลเพียงพอก็ทำการตัดสินใจซื้อ หากว่าซื้อไปแล้วสินค้านั้นๆ สร้างความพอใจก็จะกลับมาซื้ออีกจนกลายเป็นลูกค้าประจำที่จงรักภักดีต่อแบรนด์นั้นๆ ในทางตรงกันข้ามหากซื้อไปแล้วสินค้านั้นไม่ตอบสนองความต้องการก็จะเกิดการผิดหวังไม่กลับมาซื้ออีก ซ้ำร้ายอาจจะต่อว่าให้เพื่อนฝูงคนรู้จักไม่ซื้อสินค้านั้นด้วย
ในหลายกรณีแม้ว่าลูกค้าตัดสินใจที่จะซื้อสินค้าแบรนด์นั้นแล้วๆ บางครั้งก็เกิดปัจจัยแทรกซ้อน เช่น ไปถึงสถานที่ขายแล้วสินค้านั้นหมดหรือไม่พร้อมขาย หรือพนักงานขายแสดงกิริยาวาจาไม่เหมาะสมทำให้หมดอารมณ์ในการซื้อสินค้านั้นๆ หรือการจัดเรียงสินค้าไม่สวยงามเป็นระเบียบหายาก เรื่องอย่างนี้ทำให้หมดโอกาสขาย และทำให้ความพยายามทางการตลาดอื่นๆ เช่น การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ สูญเปล่า เพราะฉะนั้นการจัดเรียงสินค้าจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในวงการส่วนเรื่องทัศนคติของบุคคลอื่นก็คือเรื่องของลูกค้าอ้างอิง (Reference Group) ในวงการค้าปลีกหมายรวมถึงห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้าที่เลือกเป็นช่องทางจัดจำหน่ายด้วย เช่นกลุ่มลูกค้าของสยามพารากอนย่อมดีกว่ากลุ่มลูกค้าของ เทสโก้โลตัส เป็นต้น
นักการตลาดปรับเอาพฤติกรรมและกระบวนการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคมาเป็นหลักในการจัดเรียงสินค้าเพื่อช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อ ตามตัวอย่างนี้จะเห็นว่าบริษัท เนสท์เล่ได้ศึกษาพฤติกรรมของเด็ก (ผู้ใช้สินค้า)และแม่ของเด็ก (ผู้ตัดสินใจซื้อ) แล้วนำมาปรับใช้ในการจัดเรียงสินค้าอาหารเช้าประเภทธัญพืช (Cereal) ของแบรนด์ของตน นอกจากนี้ท่านจะพบว่าเขามีการจัดซุ้มเล็กๆ ที่มีพนักงานคอยบริการให้ชิมสินค้า ณ จุดขาย ซึ่งเข้าหลักการที่ผมเกริ่นไว้ตอนต้นคือกระตุ้นความต้องการซื้อด้วยรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส และก็มักจะประสบความสำเร็จช่วยในการตัดสินซื้อของลูกค้าได้เป็นอย่างดี
สำหรับสินค้าที่ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย การเลือกช่องทางจำหน่ายและการจัดเรียงสินค้าจัดเป็นหัวใจของความสำเร็จทีเดียว เพราะลูกค้าไม่เคยได้รับรู้เกี่ยวกับสินค้ามาก่อน (Unawareness Brand) เพราะฉะนั้นลูกค้าจะเกิดความต้องการซื้อ ณ จุดขายที่ได้เห็น การเรียงสินค้าประเภทนี้จึงจำเป็นที่ต้องจัดเรียงให้ถูกหมวดหมู่ ดูดี และใกล้แบรนด์ที่เป็นผู้นำในตลาด ซึ่งมีงบการโฆษณาสูง ส่วนปัจจัยที่จะช่วยให้ลูกค้าเปลี่ยนใจมาซื้อคือ ราคา หรือการส่งเสริมการขายที่น่าสนใจกว่า
อีกเรื่องที่นักการตลาดต้องให้ความสำคัญคือพนักงานส่งเสริมการขาย ณ จุดขาย (Sales Promoter) ซึ่งต้องได้รับการคัดเลือกและอบรมเป็นอย่างดี เพราะสินค้าไม่มีชีวิตช่วยขายตัวเองไม่ได้ พนักงานเหล่านี้แหละครับคือตัวตนของแบรนด์ที่ลูกค้าสัมผัสได้และช่วยให้ตัดสินใจซื้อ
[1] วิทยากรที่ปรึกษาอิสระ